+ หน้าหลัก+ สมัครสมาชิก+ เว็บบอร์ด+ ตะกร้าสินค้า+ ติดต่อศูนย์+ ศูนย์แซบอีหลี+ เช่าวัตถุมงคล+ รายละเอียดการสร้าง+ พระเครื่อง+ จตุคาม+ เบ็ดเตล็ด
:::จิปาถะ:::
+ร.ร.วัดหนองคล้า
+คอร์ดเพลง
+dedbit
+ร.ร.วัดป่าพระเจ้า
+nod327
+สอบครู
+navthai
+ครูไทย
+ข่าวสด
+ครูบ้านนอก
+ประมูลรถ
+tt-torrent
+ชุมนุมคนท้องถิ่น
+ผู้จัดการ
+บิดสุด
+ติวสอบ
:::ธนาคาร:::
+กรุงเทพ
+กสิกรไทย
+กรุงไทย
+ไทยพาณิชย์
::::เช่าวัตถุมงคล::::
> รุ่นรวยรับทรัพย์
> รุ่นรักแม่
> วัดทุ่งจันดำ"รุ่นอภิมหาเศรษฐี อัญมณีเสริมดวง"
> รุ่นโคตรเศรษฐีราชันดำ
> รุ่นพระบรมธาตุ หลักเมือง 50
> รุ่นมงคลบารมีศรีธรรมราช ปี 2548
> วัดพุทธคีรีไพรสณฑ์"รุ่นมหาเศรษฐี ๑๐๐๐ ล้าน"
> วัดทุ่งเฟื้อ"รุ่นมหาเศรษฐี หมื่นมงคล"
> รุ่นสรงน้ำราชาโชค
> รุ่นสิริมงคล
> รุ่นขุมทรัพย์เทพประทาน
> วัดเกาะพยาม ระนอง"รุ่นอภิโคตรมหาเศรษฐีอันดามัน"
> รุ่นอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2548
> รุ่นโคตรรวยมหาศาล
> รุ่นสู้แล้วรวย
> รุ่นรวยทั้งโคตร
> รุ่นเจ้าสัว วัดนารีประดิษฐ์
> รุ่นยอดมงคล วัดตาก้อง นครปฐม
> รุ่นโชติช่วงชัชวาลย์
> รุ่นเทพนิมิต รุ่น 1พ.ศ.2549
> รุ่นดวงเศรษฐี วัดถ้ำแฝด
> รุ่นบารมี ร่มไทร
> รุ่นศาลหลวงบารมีต้นไทรศักดิ์สิทธิ์
> รุ่นเศรษฐีปาฏิหาริย์ พ่อท่านคล้าย
> วัดมหาธาตุ"รุ่นกวักเงินเรียกทอง"
> รุ่นเงินไหลกองทองไหลมา
> รุ่นดูดทรัพย์เพชรพันล้าน
> รุ่นโคตรมหาเศรษฐีปี50
>รุ่นราชันย์ดำ วัดใหญ่ชัยมงคล
> รุ่นจอมราชันย์ สุวรรณภูมิ ปีมหามงคล
> รุ่นเหนือฟ้ามหาเศรษฐี กองทัพอากาศ
> รุ่นคลังเศรษฐี ทวีทรัพย์
> รุ่นมหาปาฏิหาริย์มั่งมีทรัพย์
> รุ่นหัวใจเศรษฐีเทิดไท้องค์ราชันย์
> รุ่นบูรณะพระอุโบสถ ปี 49(หลวงพ่อเพี้ยน ลพบุรี รุ่นแรก)
> รุ่นเจ้าพิธีกึ่งศตวรรษ วัดคอหงส์
> รุ่นสองราชันย์ บันดาลทรัพย์
> รุ่นบูรณะเจดีย์ราย 50
> รุ่นทวีโภคทรัพย์
> รุ่นอุดมมงคลเทพประทานทรัพย์
> รุ่น "รวยรวยรวย"
> รุ่นมหัศจรรย์พระธาตุนครศรีฯ
> รุ่นเดือนสิบ 2549
> รุ่นพระธาตุนครศรีฯ
> รุ่นปีมหามงคล2550 เงินไหลมา3
> รุ่นจอมจักรพรรดิ์ มหาบารมี
> รุ่นเจ้าสัวยุคแปด
> รุ่นโคตรเฮง
> รุ่นอัครมหาเศรษฐี
> วัดเตาปูน รุ่นมหาราชมหาลาภ
> รุ่น 700 ปี ศรีวิชัย
> รุ่นอุดมโภคทรัพย์ 2549
> รุ่นมงคลจักรวาล ปี 2549
> รุ่นนารายณ์แปลงรูป
> รุ่นพรเศรษฐี วัดจันทร์ บางกรวย
> รุ่นคลังเศรษฐี
> รุ่นอุดมโชค มหาเศรษฐี สุวรรณภูมิ
> รุ่นรักพ่อ
> รุ่นอภิมหาเฮง"วัดห้วยระย้า"
> รุ่นเศรษฐีทวีทรัพย์
> รุ่นขุมทรัพย์
> รุ่นกำเนิดมหาราช(แมสซาซูเซตส์)
> รุ่นเงินทองไหลมา เทมา มหามงคล 50
> รุ่นรวยมั่งคั่ง
> รุ่นมีแล้วรวย
> รุ่นพังพการ วัดมะม่วงขาว
> รุ่นปาฏิหาริย์ 1000 ปี
> รุ่นปาฏิหาริย์ราชันดำ
> รุ่นเจริญโภคทรัพย์(หลักเมือง49)
> รุ่นหลักเมืองมหามงคล 2550
> รุ่นทรัพย์ราชันย์
> รุ่นมั่งมีศรีสุข ๒๕๔๗
> รุ่นสองพระธาตุศรีวิชัย
> รุ่นสร้างอุโบสถ วัดท่ายายหนี
> พระธาตุ หลักเมือง๕๐
> รุ่นโคตรเศรษฐีปีมหามงคล
> รุ่นบันดาลโชคลานสะกา
> รุ่นโคตรเศรษฐีทรัพย์ราชันย์
> รุ่นราชามหาเศรษฐี50
> วัดเทพกุญชร"รุ่นประทานพร"
> รุ่นขุมทรัพย์สี่แผ่นดิน
> รุ่นชนะมาร
> พระธนบดีศรีธรรมราช เทพเจ้าแห่งโชคลาภและค้าขาย รุ่นขุนคลังศรีวิชัย
> รุ่นที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพขุนพันธ
> รุ่นเทพหนุมานศรีวิชัย
> รุ่นพระบรมธาตุเจดีย์ศรีวิชัย ปี 49
> วัดในเตา"รุ่นอริยทรัพย์ไหว้ครู50"
> รุ่นเก้าหน้า มหาโชค มหาเศรษฐี
> รุ่นเสริมทรัพย์ เสริมบารมี
> รุ่นบารมีธรรม หลวงพ่อรวย
> รุ่นมือปราบสิบทิศ
> รุ่น ๑๒ นักษัตร
> รุ่นเมตตามหาโชค วัดเกตุมดีศรีวราราม
> รุ่นเฉลิมพระเกียรติ ปี ๒๕๔๘
> รุ่นมหากุศล
> รุ่นหลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ
::: สินค้าฝากเช่าบูชา :::
> รุ่นทรัพย์หมื่นล้าน หลวงพ่อวรา วัดโพธิ์ทอง
> รุ่นผ่าตะวันเหนือดวง วัดพุทไธศวรรย์
> รุ่นอุดมโชคปฐมอรหันต์สุวรรณภูมิ
> รุ่นโคตรเศรษฐี
> รุ่นกตัญญู...ท่านพ่อ วัดห้วยรากไม้
> รุ่นรวยไม่เลิก
> หลวงปู่ทวด"รุ่นปาฏิหาริย์"วัดห้วยมงคล
> รุ่นบูรณะหลักเมืองปัตตานี
> รุ่น 9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ท่านขุนพันธ์(หลักเมืองรุ่นพิเศษ)
> รุ่นเงินอภิมหาเศรษฐี หลวพ่อเงิน พิธีวัดท่าหลวง
> รุ่นบูรณะศาลหลักเมืองปี 2547
> รุ่นอุดมโชค8อรหันต์สุวรรณภูมิ(บูรณเจดีย์ราย ปี 45)
> รุ่นมรดกพ่อ 47 วัดพุทไธศวรรย์
> รุ่นพระเสื้อเมืองทรงเมือง
> รุ่นมงคลบารมีครอบฟ้าคลุมดิน ปี 2549
> มงคลจักรวาลพุทธาคมเขาอ้อ ปี 2545

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช



ผู้ที่ได้ชื่อว่า "วีรบุรุษพริกขี้หนู" มือปราบเสือที่เลื่องชื่อในอดีต "พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" บั้นปลายชีวิตกลายเป็นฆราวาสจอมขมังเวท ที่มีผู้ให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก วัตถุมงคลหลายรุ่นต้องเชิญให้ท่านไปเป็นเจ้าพิธีกรรม หรือเป็นประธานการจัดสร้าง ล่าสุดวัตถุมงคล "รุ่น 9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ขุนพันธ์" ซึ่งกำลังเป็นที่แสวงหาของนักสะสม

"พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" นับเป็นแบบอย่างตำรวจไทยที่น่ายกย่อง ตลอดชีวิตการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ "ท่านขุนพันธ์" ปฏิบัติหน้าที่อย่างเอาจริงเอาจัง สยบเสือร้ายในคราบโจรใจโหดเหี้ยมมามากต่อมาก แต่การปราบเสือที่ได้รับการยกย่องมากที่สุด คือการปราบ "ขุนโจรอะแวสะดอ ตาเละ" เจ้าพ่อแห่งขุนเขาบูโด จ.นราธิวาส ขุนโจรผู้นี้มีความโหดเหี้ยม และมีเป้าหมายที่น่ากลัวมาก โดยต้องการที่จะแบ่งแยกแผ่นดินอิสลามใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งที่ทำการปล้นตามหมู่บ้านจะจงใจเลือกเหยื่อที่เป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธเท่านั้น เมื่อปล้นแล้วจะฆ่าเจ้าของบ้านตายด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมพิสดารทุกรายไป

จากคำบอกเล่าจากปากของ "ท่านขุนพันธ์" ที่เคยพูดไว้กับคนใกล้ชิด สิ่งที่ยอมรับขุนโจรอะแวสะดอ ตาเละ ก็เห็นจะเป็นความที่มันมีของขลังอยู่จริง ครั้งหนึ่งเคยยิงปะทะซึ่งๆ หน้ามาแล้ว แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ การติดตามปราบปรามเกิดปะทะกันอีกครั้ง หลังจากกระหน่ำกระสุนยิงแล้วไม่สามารถเอาชีวิตมันได้ ต้องวิ่งเข้าไปชกต่อยกันอยู่นาน จึงจับมันใส่กุญแจมือได้ จากการตรวจสอบพบว่า กระสุนที่ยิงตามลำตัวไม่ถูกมันเลย ส่วนกระสุนเข้าที่ปาก 9 นัด มันอมกระสุนไว้ในปากโดยที่ไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ ฟันก็ไม่หัก ขุนโจรผู้นี้ยังคายหัวกระสุนทั้ง 9 นัด ลงกลางโต๊ะสอบสวน

สิ่งนี้ยืนยันได้ว่าคาถาอาคมในยุคสมัยก่อนมีบทบาทมาก ที่ทำให้โจรมีความกล้า และไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ วิชาอาคมนั้นมีมากมาย เช่น เสกว่านกิน เสกน้ำมันงาดิบ พิธีแช่ยาแช่ว่าน คาถาอาคม วิชามหายันต์ วิชาตรีนิสิงเห ไสยศาสตร์ แล้วยังมีเครื่องรางของขลังอีกหลายอย่าง อาทิ พระเครื่อง ผ้ายันต์ ตะกรุด แหวน สร้อย

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร เขต 8 เป็นนายตำรวจชาวเมืองนครศรีธรรมราช ได้สร้างเกียรติประวัติในตำแหน่งหน้าที่ จนเป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วไปในภาคใต้ และในจังหวัดอื่นๆ

นามเดิม บุตร พันธรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2446 ที่บ้านอ้ายเขียว หมู่ที่ 5 ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอ้วน นางทองจันทร์ พันธรักษ์ เริ่มเรียนหนังสือครั้งแรกกับบิดา ตั้งแต่ ก ข ก กา ไปจนจบ พออ่านสมุดข่อยได้บ้างจึงได้เข้าเรียนที่วัดอ้ายเขียวกับอาจารย์ปานซึ่งเป็นสมภาร และอาจารย์นามสมภารรูปต่อมา

ท่านสอบไล่ได้ชั้นมัธยมปีที่ 8 ในปีพ.ศ.2467 ต่อมาในปี 2468 จึงได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจห้วยจระเข้ จังหวัดนครปฐม ขณะที่เรียนได้เป็นครูมวยไทยด้วย เรียนอยู่ 5 ปี สำเร็จหลักสูตรในปีพ.ศ.2472

หลังจากจบการศึกษาแล้ว ทางราชการได้แต่งตั้งให้ไปรับราชการในตำแหน่งนักเรียนทำการนายร้อย ที่กองบังคับการตำรวจภูธรมณฑลนครศรีธรรมราช ประจำจังหวัดสงขลา ในปีพ.ศ.2473 เป็นนักเรียนทำการอยู่ 6 เดือน ได้เลื่อนยศเป็นว่าที่ร้อยตรี ต่อมาในปี พ.ศ.2474 ได้ย้ายมาเป็นผู้บังคับหมวดที่กองเมืองจังหวัดพัทลุง

ที่พัทลุงนี่เองท่านได้สร้างเกียรติประวัติในตำแหน่งหน้าที่ จนเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงราชการและคนทั่วไป โดยการปราบปรามผู้ร้ายสำคัญของจังหวัดพัทลุง คือ เสือสัง หรือเสือพุ่ม ซึ่งเป็นเสือร้ายที่แหกคุกมาจากเมืองตรัง ขุนพันธรักษ์ราชเดช เล่าว่า เสือสังนี้มีร่างกายใหญ่โต ดุร้าย และมีอิทธิพลมาก มาอยู่ในความปกครองของกำนันตำบลป่าพยอม อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

นอกจากนั้นแล้วยังมีคนใหญ่คนโตหลายคนให้ความอุ้มชูเสือสัง จึงทำให้เป็นการยากที่จะปราบได้ แต่ท่านก็สามารถปราบเสือสังได้ในปีแรกที่ย้ายมารับราชการ โดยท่านไปปราบร่วมกับ พลตำรวจเผือก ด้วงชู มี นายขี้ครั่ง เหรียญขำ เป็นคนนำทาง การปราบปรามเสือสังครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังมาก ตอนนั้นจเรพระยาศรีสุรเสนา ไปตรวจราชการตำรวจที่พัทลุงพอดี ผู้ปราบเสือสังจึงได้รับความดีความชอบ คือ ว่าที่ร้อยตำรวจตรีบุตร พันธรักษ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นร้อยตำรวจตรี พลตำรวจเผือก ชูด้วง เป็นสิบตรี และนายขี้ครั่ง ได้รับรางวัล 400 บาท

หลังจากนั้นมาอีก 1 ปี ท่านก็ได้ปราบผู้ร้ายสำคัญอื่นๆ 16 คน เช่น เสือเมือง เสือทอง เสือย้อย เป็นต้น ด้วยความดีความชอบ จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนพันธรักษ์ราชเดช" และในปี พ.ศ.2478 ได้รับเลื่อนยศเป็นนายร้อยตำรวจโท ในปีนี้ได้อุปสมบทที่วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีท่านเจ้าคุณรัตนธัชมุนี (แบน) เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชอยู่ได้ 1 พรรษา จึงลาสิกขา

ในปี พ.ศ.2479 ท่านได้ย้ายไปเป็นหัวหน้ากองตรวจ ประจำกองบังคับการตำรวจภูธรมณฑลนครศรีธรรมราช ประจำจังหวัดสงขลา ได้ปราบโจรผู้ร้ายหลายคน การปราบโจรครั้งสำคัญและทำให้ท่านมีชื่อเสียงมากคือ การปราบผู้ร้ายทางการเมืองที่นราธิวาส ในปี พ.ศ.2481 หัวหน้าโจรชื่อ "อะแวสะดอ ตาเละ" นัยว่าเป็นผู้ที่อยู่ยงคงกระพัน เที่ยวปล้นฆ่าเฉพาะคนไทยพุทธเท่านั้น ในที่สุดก็ถูกขุนพันธ์จับได้ ท่านจึงได้รับฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า "รายอกะจิ" หรือแปลว่า "อัศวินพริกขี้หนู" และได้เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจเอกในปีนั้นเอง

พ.ศ.2482 "ขุนพันธ์" ได้ย้ายมาเป็นผู้บังคับกองเมืองพัทลุง ปี พ.ศ.2485 ย้ายเป็นรองผู้กำกับการตำรวจภูธรที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ปราบปรามโจรหลายราย รายสำคัญ คือ เสือสาย และ เสือเอิบ หลังจากนั้นขุนพันธ์ฯ ได้ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดในภาคอื่น คือ ในปี พ.ศ.2486 ได้ย้ายไปเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธรที่จังหวัดพิจิตร ได้ปฏิบัติหน้าที่มีความดีความชอบเรื่อยมา และได้ปราบปรามโจรผู้ร้ายมากมาย ที่สำคัญคือการปราบ เสือโน้ม หรืออาจารย์โน้ม จึงได้รับพระราชทานยศเป็นพันตำรวจตรี

พ.ศ.2489 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ได้ปะทะและปราบปรามเสือร้ายหลายคน เช่น เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือดำ เสือไหว เสือมเหศวร เป็นต้น กรมตำรวจได้พิจารณาเห็นว่า ผู้ร้ายในเขตจังหวัดชัยนาทและสุพรรณบุรี ชุกชุมมากขึ้นทุกวันยากแก่การปราบปรามให้สิ้นซาก จึงได้ตั้งกองปราบพิเศษขึ้น โดยคัดเลือกเอาเฉพาะนายตำรวจที่มีฝีมือในการปราบปรามรวมได้ 1 กองพัน แต่งตั้งให้ พ.ต.ต.สวัสดิ์ กันเขตต์ เป็นผู้อำนวยการกองปราบ และ พ.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นรองผู้อำนวยการ กองปราบพิเศษได้ประชุมนายตำรวจที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2489 เพื่อวางแผนกำจัดเสือฝ้าย แต่แผนล้มเหลว ผู้ร้ายรู้ตัวเสียก่อน ขุนพันธ์ฯ ได้รับคำสั่งด่วนให้สกัดโจรผู้ร้ายที่จะแตกเข้ามาจังหวัดชัยนาท

ครั้งนั้น ขุนพันธ์ใช้ดาบเป็นอาวุธคู่มือแทนที่จะใช้ปืนยาว ดาบนั้นถุงผ้าแดงสวมทั้งฝักและด้าม คนทั้งหลายจึงขนานนามท่านว่า "ขุนพันธ์ดาบแดง" ฝีมือขุนพันธ์ เป็นที่ครั่นคร้ามของพวกมิจฉาชีพทั่วไป แม้แต่เสือฝ้ายเองก็เคยติดสินบนท่านถึง 2,000 บาท เพื่อไม่ให้ปราบปราม แต่ขุนพันธ์ไม่สนใจ คงปฏิบัติหน้าที่อย่างดีจนปราบปรามได้สำเร็จ ท่านอยู่ชัยนาท 3 ปี ปราบปรามเสือร้ายต่างๆ สงบลง แล้วได้ย้ายมาเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธรที่อยุธยา อยู่ได้ประมาณ 4 เดือนเศษก็เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมที่กำแพงเพชร ขณะนั้นเป็นระยะเปลี่ยนอธิบดีกรมตำรวจ และขุนพันธ์ก็ถูกใส่ร้ายจากเพื่อนร่วมอาชีพว่าเป็นโจรผู้ร้าย

พล.ร.ต.หลวงสังวรยุทธกิจ อธิบดีกรมตำรวจ ยังเชื่อมั่นว่าขุนพันธ์ เป็นคนดี จึงโทรเลขให้ไปพบด่วน และแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อ พ.ศ.2490 ขุนพันธ์ ได้ปรับปรุงการตำรวจภูธรของเมืองนี้ให้มีสมรรถภาพขึ้น และได้ปราบปรามโจรผู้ร้ายต่างๆ ที่สำคัญคือ เสือไกร กับ เสือวัน แห่งอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้ฝีมือการปราบปรามของขุนพันธ์ยิ่งลือกระฉ่อนไปไกล

ต่อมาในปี พ.ศ.2491 ทางจังหวัดพัทลุงมีโจรผู้ร้ายกำเริบชุกชุมขึ้นอีก ราษฎรชาวพัทลุงนึกถึงขุนพันธ์นายตำรวจมือปราบ เพราะเคยประจักษ์ฝีมือมาแล้ว จึงเข้าชื่อกันทำหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจ ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอตัวขุนพันธ์กลับพัทลุงเพื่อช่วยปราบปรามโจรผู้ร้าย กรมตำรวจอนุมัติตามคำร้องขอ ขุนพันธ์ จึงได้ย้ายมาเป็นผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงอีกวาระหนึ่ง ได้ปราบปรามเสือร้ายที่สำคัญๆ สิ้นชื่อไปหลายคน ผู้ร้ายบางรายก็หนีออกนอกเขตพัทลุงไปอยู่เสียที่อื่น

นอกจากงานด้านปราบปรามซึ่งเป็นงานที่ท่านถนัดและสร้างชื่อเสียงให้ท่านเป็นพิเศษแล้ว ท่านยังได้พัฒนาเมืองพัทลุงให้เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยปรับปรุงชายทะเลตำบลลำปำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และให้มีตำรวจคอยตรวจตรารักษาความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารรถไฟที่เข้าออกเมืองพัทลุง ทำให้เมืองพัทลุงในสมัยที่ท่านเป็นผู้กำกับการตำรวจ มีความสงบสุขน่าอยู่ขึ้นมาก ตำรวจที่ทำหน้าที่ดังกล่าวได้เลิกไปเมื่อกรมตำรวจจัดตั้งกองตำรวจรถไฟขึ้น

ด้วยความดีความชอบในหน้าที่ราชการ ท่านจึงได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นพันตำรวจโทในปี พ.ศ.2493 ท่านอยู่พัทลุงได้ 2 ปีเศษ จนถึง พ.ศ.2494 จึงได้รับการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2503 จึงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 8 และได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี จนกระทั่งเกษียณอายุในปี พ.ศ.2507

ตลอดชีวิตรับราชการ พล.ต.ต.ขุนพันธ์รักษ์ราชเดช ได้สร้างเกียรติประวัติในตำแหน่งหน้าที่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกียรติประวัติในการปราบปรามโจรผู้ร้ายคนสำคัญๆ ของจังหวัดต่างๆ ที่ท่านไปประจำอยู่ จนเป็นที่เลื่องลือของคนทั่วไปและเป็นที่ครั่นคร้ามของโจรก๊กต่างๆ นับได้ว่าเป็นนายตำรวจมือปราบคนสำคัญคนหนึ่งของเมืองไทย และด้วยฝีมือในการปราบปรามนี้เองทำให้ท่านได้รับการเลื่อนยศและตำแหน่งสูงขึ้นเป็นลำดับมา แม้เกษียณแล้วท่านก็ยังสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติบ้านเมืองเสมอมา เช่น ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในสมัยเลือกตั้งปี พ.ศ.2516 เป็นต้น

นอกจากเกียรติคุณทั้งในและนอกตำแหน่งหน้าที่ราชการดังกล่าวมาแล้ว ขุนพันธรักษ์ราชเดช ยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่สำคัญซึ่งควรกล่าวถึงคือ เป็นนักวิชาการที่สำคัญคนหนึ่ง ท่านเป็นทั้งนักอ่านและนักเขียน ได้เขียนเรื่องราวต่างๆ ลงพิมพ์ในหนังสือและวารสารต่างๆ หลายเรื่อง ขุนพันธ์เป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจในเรื่องไสยศาสตร์อยู่มาก เรื่องที่เขียนส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อทางไสยศาสตร์

นอกจากนั้นก็มีเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทั้งประวัติบุคคลและสถานที่ ตำนานท้องถิ่น มวย และเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง ข้อเขียนต่างๆ ของท่าน เช่น ความเชื่อทางไสยศาสตร์ในภาคใต้ สองเกลอ ช้างเผือกงาดำ หัวล้านนอกครู ศิษย์เจ้าคุณ มวยไทย เชื่อเครื่อง กรุงชิง เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่องกรุงชิงนั้น ท่านเล่าว่าเป็นเรื่องที่ท่านเขียนทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันตามพระบรมราชโองการ

และต่อมามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ขออนุญาตนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ใน "รูสมิแล" วารสารของมหาวิทยาลัยปีที่ 6 ฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม พ.ศ.2526 งานเขียนของท่านส่วนมากจะลงพิมพ์ใน สารนครศรีธรรมราช หนังสืองานเดือนสิบวิชชา (วารสารทางวิชาการของวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช) รูสมิแล (วารสารทางวิชาการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) และหนังสือที่ระลึกในโอกาสต่างๆ ของโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ

ตลอดระยะเวลาที่รับราชการที่ผ่านมา พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ผู้หาญกล้าเสียสละเพื่อประชาชน โดยยึดมั่นปณิธานไว้ เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปรานีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บปวด ไม่หวั่นไหวต่อความลำบาก ไม่มักมากในลาภผล บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 5 ก.ค.2549 ด้วยโรคชรา สิริอายุ 108 ปี ขณะนี้ศพตั้งสวดพระอภิธรรมอยู่ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช สร้างความอาลัยให้แก่ญาติมิตรและลูกศิษย์ลูกหา ปิดฉากชีวิตวีรบุรุษพริกขี้หนู ฆราวาสจอมขมังเวทที่เลื่องชื่อ

ที่มา www.chauat.net
เขียนโดย : วรรณชัย



สมาชิกลงชื่อเข้าใช้
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
เชื่อและศรัทธาต่อองค์เทพ
มีความเชื่อว่ามีจริงและศรัทธาต่อองค์ท่านมาก
นับถือตามเพื่อนฝูง แต่ไม่แน่ใจว่ามีองค์เทพจริง
น่าจะมีแต่ในนิยายหรือละครของอินเดีย
เหลวไหลเรื่องไร้สาระ
::::ตลาดซื้อขาย::::
+olx
+thaisecondhand
+chonburi.today
+pdamobiz
+taladrod
+board.trekkingthai
+thaimobilemarket
+pramool
+phonehip
+overclockzone
+tiggersound
+pantipmarket
::::หน่วยงานการศึกษา::::
+การนำเข้าข้อมูลกำลังพล
+e-office สพท.พจ 2
+รับนักเรียน
+e-loade สพท.พจ 2
+สพท.พิจิตร เขต 2
+สพฐ.
+O-NET
+สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพค.)
+dataonweb
::::ศูนย์แซบอีหลี::::
[ ] แจ้งค่าจัดส่งสินค้า
[ ] เงื่อนไขการสมัครสมาชิก
[ ] เกร็ดความรู้มาฝาก
[ ] กิจกรรมของศูนย์
[ ] ตรวจสอบรายการสั่งซื้อ
[ ] วิธีสั่งซื้อ-จอง และวิธีโอนชำระเงิน
[ ] แจ้งการโอนเงินที่นี่
[ ] แบบสั่งจอง-สั่งซื้อ นอกระบบตะกร้า
[ ] รายละเอียดการจองจตุคาม
[] รวมวัตถุมงคล
:::::ประวัติ:::::
+ จตุคามรามเทพ
+ คาถาบูชาองค์พ่อ
+ พ่อท่านเอื้อม กตฺปัญญโญ
+ คาถาบูชาพระ
+ ธรรมะปฏิบัติ
+ พระพุทธประวัติ
+ สมเด็จ โต พรหมรังสี
+ หลวงปู่ทวด
+ พระพิฆเนศวร
+ ศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช
+ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช
+ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
+ วัดพุทไธศวรรย์
+ หลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต
+ หลวงปู่จักษ์ ปิยธมฺโม วัดถ้ำเขารังไก่
+ พังพะกาฬ
+ กำเนิดหลักเมืองนคร
::: เกี่ยวกับพระเครื่อง :::
> หลวงพ่อเงิน รุ่นรวยสมปรารถนา
> หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ
> หลวงพ่อเงิน รุ่นนี้ รวย เงิน เหลือ
> หลวงพ่อเงิน รุ่นเงินเศรษฐี วัดท่านั่ง-บางคลาน
> หลวงปู่ศุข รุ่นบันดาลสุข
> หลวงพ่อศรีสวรรค์ รุ่นมหาลาภ มหาจักร มหาเดช
> หลวงพ่อเงิน รุ่นสร้างวิหารและพิพิธภัณฑ์
> หลวงพ่อเดิม รุ่นเงินทอง มั่งมีศรีสุข
> หลวงพ่อโสธร รุ่นทองประทาน
> พระสมเด็จ
> พระพุทธชินราช รุ่นโลกอุดรราชันย์ดำ
> พระพุทธชินราช รุ่นรวยไม่เลิก วัดเทพกุญชร
> หลวงพ่อเงิน รุ่นโคตรมีเงินมหาศาล
> หลวงพ่อเงิน รุ่น ๘๐ พรรษามหาลาภ
> รุ่นสร้างอุโบสถ วัดคลองตางาว
> พระพุทธชินวร,หลวงพ่อเงิน,หลวงพ่อเขียน รุ่นรวยเงิน รวยทอง มั่งมี ศรีสุข
> พระอริยสงฆ์ ๙ มงคลแผ่นดิน
> พระพุทธชินราช
> หลวงพ่อเพชร รุ่นบารมีเพชรเงินทองอัครเศรษฐี
> สมเด็จเหนือหัว
> พระอรหันต์ สิวลี
> หลวงพ่อจ้อย นครสวรรค์
> หลวงพ่อเงิน บางคลาน
> พระพุทธชินราช ปี 2485
> เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่น สู้
> เหรียญทรงผนวช
> พระมเหศวร พระใหม่
> ที่ระลึกงานไหว้ครูใหญ่วัดพฤษะวัน
::: องค์เทพทั้งปวง :::
> พิฆเนศ รุ่นรวยสะท้านฟ้า
> พันท้ายนรสิงห์ รุ่นสองจ้าวพ่อมหาเศรษฐี
> สมเด็จนเรศวร รุ่นสองราชันย์ดำมหาเศรษฐี
> พิฆเนศวร รุ่นสำเร็จก้าวหน้ามหาเศรษฐี
> พระแม่ย่าสุโขทัย รุ่นดวงเศรษฐีมั่งมีทรัพย์
> พระพิฆเนศ รุ่นมงคลทรัพย์แสนล้าน
> พระพิฆเนศ รุ่นพลังทิพย์ วัดเทพมณเฑียร
> พระพิฆเนศ ปางประทานพร นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก
> พระพิฆเนศ รุ่นสร้างอุโบสถถวายพ่อ
> รุ่นเจ้าฟ้าเมืองนคร มวลสารในวัง
> พระพิฆเนศ รุ่นถิ่นกำเนิดเสาชิงช้า
> พระอินทร์ประทับเทพเอราวัณ รุ่นขุมทรัพย์เทวราช
::: เครื่องรางของขลัง :::
> ตะกรุดสาลิกาเหินฟ้า วัดพระบาทปางแฟน
> หลวงปู่จักษ์ ปิยธมฺโม วัดถ้ำเขารังไก่
> ตะกรุดมหากาสะท้อนกลับ ครูบาน้อย วัดศรีดอนมูล
> พระภิเภก รุ่นรวยให้เข็ด
> สิงห์หลวงพ่อเพี้ยน
> เจ้ากล้า แห่งบางระจัน (ควายธนู)
> ตะกรุดเมียมาก
> ตะกรุดกันสะท้อน ครูบาชัยมงคล วัดไทยย้อย แพร่
> วัวธนูไม่ทราบที่
> ตะกรุดโทนพยัคฆราช
> วัวธนู หลวงพ่อปิ่น วัดศรีษะทอง
> รวมเครื่องรางของขลัง
> ตะกรุดลูกปืนอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม
> เหรียญควอนตั้มสเคล่าร์
::::เบ็ดเตล็ด::::
+ ฟ้าฝนไฟ
+ คำขอขมา และอธิฐานจิต
+ วิธีนั่งสมาธิ
+ ไทยรัฐออนไลน์
+ ข่าวสด
+ สายสัญญาบารมี
+ โปรแกรมหมอดู
+ ครูต้อม
+ ดูดวงฟรี
+ i banking
+ kontatip
+ อาหารแก้โรคมะเร็ง
+ ฟังเพลง Online
+ ชมรายการสด TV Online
+ อธิษฐานจิตดวงเมืองนคร
+ รวมคาถาบูชา
+ รวมรุ่นการสร้างจตุคาม
+ ชมรมหวย
+ รุ่นดีไม่จำเป็นต้องดัง
+ หมอนิดตรวจดวง
+ KTB Bank
+ Google
+ แสกนไวรัสแบบ online
+ E-mail Password
+ Admin
+ ศูนย์ซ่อมเมนบอร์ด
+ ฝากรูป
+ Webmail
+ ชมทีวี Online
+ ธนาคารไทยพาณิชย์
+ ร.ร.ชุมชนวัดหนองคล้า
+ K-Cyber Banking
+ ทำนายฝัน2
+ บ้านดนตรีเครื่องเสียง
+ แบบฟอร์ม-งาน ร.ร.
+ ziddu.com
+ upfile.thailandblogger
+ คาถา อาคม
+ CAT SMS
+ กุมารทอง
+ Siamcafe.Net
+ upload-thai
+ คนรักหนัง
+ ดาวน์โหลดไทยแลนด์ (DLTH)
+ อัฟรูป
+ ค้นหาคาถา
+ ดูทีวีย้อนหลัง
+ ทำนายฝัน
+ todaybit.com
+ เสี่ยงดวง
+ ตรวจหวย
+ DTAC SMS


free hit counter
free hit counters
 

ศูนย์จตุคามแซบอีหลี 374 หมู่ 7 ถนนสี่เลนนครสวรรค์-พิษณุโลก(สาย 117) สี่แยก ต.โพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง จ.พิจิตร 66130 
Hot Line:08-9957-4805,08-8286-1623, FAX:0-5690-3039 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.jatukamthailand.com