+ หน้าหลัก+ สมัครสมาชิก+ เว็บบอร์ด+ ตะกร้าสินค้า+ ติดต่อศูนย์+ ศูนย์แซบอีหลี+ เช่าวัตถุมงคล+ รายละเอียดการสร้าง+ พระเครื่อง+ จตุคาม+ เบ็ดเตล็ด
:::จิปาถะ:::
+ครูไทย
+ รวม Link
+ เดลินิวส์
+dedbit
+nod327
+สอบครู
+ติวสอบ
+navthai
+ข่าวสด
+ประมูลรถ
+ชุมนุมคนท้องถิ่น
+ผู้จัดการ
+บิดสุด
+คอร์ดเพลง
+ Line Download
+ google.site
+ จีระติวเตอร์
+ navthai
+ gps
+tt-torrent
:::ธนาคาร:::
+กรุงเทพ
+ ออมสิน
+กสิกรไทย
+ไทยพาณิชย์
+กรุงไทย
::::เช่าวัตถุมงคล::::
> รุ่นเงินไหลกองทองไหลมา
> วัดทุ่งจันดำ"รุ่นอภิมหาเศรษฐี อัญมณีเสริมดวง"
> รุ่นโคตรเศรษฐีราชันดำ
> รุ่นพระบรมธาตุ หลักเมือง 50
> รุ่นมงคลบารมีศรีธรรมราช ปี 2548
> วัดพุทธคีรีไพรสณฑ์"รุ่นมหาเศรษฐี ๑๐๐๐ ล้าน"
> วัดทุ่งเฟื้อ"รุ่นมหาเศรษฐี หมื่นมงคล"
> รุ่นสรงน้ำราชาโชค
> รุ่นสิริมงคล
> วัดเกาะพยาม ระนอง"รุ่นอภิโคตรมหาเศรษฐีอันดามัน"
> รุ่นอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2548
> รุ่นรวยรับทรัพย์
> รุ่นรักแม่
> รุ่นโคตรรวยมหาศาล
> รุ่นสู้แล้วรวย
> รุ่นรวยทั้งโคตร
> รุ่นเจ้าสัว วัดนารีประดิษฐ์
> รุ่นยอดมงคล วัดตาก้อง นครปฐม
> รุ่นโชติช่วงชัชวาลย์
> รุ่นเทพนิมิต รุ่น 1พ.ศ.2549
> รุ่นดวงเศรษฐี วัดถ้ำแฝด
> รุ่นดูดทรัพย์เพชรพันล้าน
> รุ่นศาลหลวงบารมีต้นไทรศักดิ์สิทธิ์
> รุ่นบารมี ร่มไทร
> วัดมหาธาตุ"รุ่นกวักเงินเรียกทอง"
> รุ่นโคตรมหาเศรษฐีปี50
> รุ่นขุมทรัพย์เทพประทาน
> รุ่นเฉลิมพระเกียรติ ปี ๒๕๔๘
>รุ่นราชันย์ดำ วัดใหญ่ชัยมงคล
> รุ่นจอมราชันย์ สุวรรณภูมิ ปีมหามงคล
> รุ่นเหนือฟ้ามหาเศรษฐี กองทัพอากาศ
> รุ่นคลังเศรษฐี ทวีทรัพย์
> รุ่นมหาปาฏิหาริย์มั่งมีทรัพย์
> รุ่นหัวใจเศรษฐีเทิดไท้องค์ราชันย์
> รุ่นบูรณะพระอุโบสถ ปี 49(หลวงพ่อเพี้ยน ลพบุรี รุ่นแรก)
> รุ่นเจ้าพิธีกึ่งศตวรรษ วัดคอหงส์
> รุ่นสองราชันย์ บันดาลทรัพย์
> รุ่นบูรณะเจดีย์ราย 50
> รุ่นทวีโภคทรัพย์
> รุ่นอุดมมงคลเทพประทานทรัพย์
> รุ่นปีมหามงคล2550 เงินไหลมา3
> รุ่นมหัศจรรย์พระธาตุนครศรีฯ
> รุ่นเดือนสิบ 2549
> รุ่นพระธาตุนครศรีฯ
> รุ่นโคตรเฮง
> รุ่นเศรษฐีปาฏิหาริย์ พ่อท่านคล้าย
> รุ่นเจ้าสัวยุคแปด
> รุ่น "รวยรวยรวย"
> รุ่นอัครมหาเศรษฐี
> วัดเตาปูน รุ่นมหาราชมหาลาภ
> รุ่น 700 ปี ศรีวิชัย
> รุ่นอุดมโภคทรัพย์ 2549
> รุ่นมงคลจักรวาล ปี 2549
> รุ่นนารายณ์แปลงรูป
> รุ่นพรเศรษฐี วัดจันทร์ บางกรวย
> รุ่นคลังเศรษฐี
> รุ่นอุดมโชค มหาเศรษฐี สุวรรณภูมิ
> รุ่นรักพ่อ
> รุ่นอภิมหาเฮง"วัดห้วยระย้า"
> รุ่นเศรษฐีทวีทรัพย์
> รุ่นขุมทรัพย์
> รุ่นกำเนิดมหาราช(แมสซาซูเซตส์)
> รุ่นเงินทองไหลมา เทมา มหามงคล 50
> รุ่นรวยมั่งคั่ง
> รุ่นมีแล้วรวย
> รุ่นหลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ
> รุ่นปาฏิหาริย์ 1000 ปี
> รุ่นปาฏิหาริย์ราชันดำ
> รุ่นเจริญโภคทรัพย์(หลักเมือง49)
> รุ่นหลักเมืองมหามงคล 2550
> รุ่นทรัพย์ราชันย์
> รุ่นมั่งมีศรีสุข ๒๕๔๗
> รุ่นสองพระธาตุศรีวิชัย
> รุ่นสร้างอุโบสถ วัดท่ายายหนี
> พระธาตุ หลักเมือง๕๐
> รุ่นโคตรเศรษฐีปีมหามงคล
> รุ่นบันดาลโชคลานสะกา
> รุ่นโคตรเศรษฐีทรัพย์ราชันย์
> รุ่นราชามหาเศรษฐี50
> วัดเทพกุญชร"รุ่นประทานพร"
> รุ่นขุมทรัพย์สี่แผ่นดิน
> รุ่นชนะมาร
> พระธนบดีศรีธรรมราช เทพเจ้าแห่งโชคลาภและค้าขาย รุ่นขุนคลังศรีวิชัย
> รุ่นที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพขุนพันธ
> รุ่นเทพหนุมานศรีวิชัย
> รุ่นพังพการ วัดมะม่วงขาว
> วัดในเตา"รุ่นอริยทรัพย์ไหว้ครู50"
> รุ่นเก้าหน้า มหาโชค มหาเศรษฐี
> รุ่นเสริมทรัพย์ เสริมบารมี
> รุ่นบารมีธรรม หลวงพ่อรวย
> รุ่นมือปราบสิบทิศ
> รุ่น ๑๒ นักษัตร
> รุ่นเมตตามหาโชค วัดเกตุมดีศรีวราราม
> รุ่นมหากุศล
> รุ่นพระบรมธาตุเจดีย์ศรีวิชัย ปี 49
> รุ่นจอมจักรพรรดิ์ มหาบารมี
::: สินค้าฝากเช่าบูชา :::
> รุ่นทรัพย์หมื่นล้าน หลวงพ่อวรา วัดโพธิ์ทอง
> รุ่นผ่าตะวันเหนือดวง วัดพุทไธศวรรย์
> รุ่นอุดมโชคปฐมอรหันต์สุวรรณภูมิ
> รุ่นโคตรเศรษฐี
> รุ่นกตัญญู...ท่านพ่อ วัดห้วยรากไม้
> รุ่นรวยไม่เลิก
> หลวงปู่ทวด"รุ่นปาฏิหาริย์"วัดห้วยมงคล
> รุ่นบูรณะหลักเมืองปัตตานี
> รุ่น 9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ท่านขุนพันธ์(หลักเมืองรุ่นพิเศษ)
> รุ่นเงินอภิมหาเศรษฐี หลวพ่อเงิน พิธีวัดท่าหลวง
> รุ่นบูรณะศาลหลักเมืองปี 2547
> รุ่นอุดมโชค8อรหันต์สุวรรณภูมิ(บูรณเจดีย์ราย ปี 45)
> รุ่นมรดกพ่อ 47 วัดพุทไธศวรรย์
> รุ่นพระเสื้อเมืองทรงเมือง
> รุ่นมงคลบารมีครอบฟ้าคลุมดิน ปี 2549
> มงคลจักรวาลพุทธาคมเขาอ้อ ปี 2545

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

 




พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ชาติภูมิ เดิมชื่อ โต เป็นบุตรของนาง งุด บิดาไม่เป็นที่ปรากฏ ตา ชื่อ ผล ยายชื่อนางลา ถือกำเนิด ในแผ่นดิน รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช เมื่อ วันพฤหัสที่ 17 เมษายน พ.ศ.2331 สัมฤทธิศก จุลศักราช1150 เวลา ประมาณ 06.54 น. ตรงกับเดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก

เดิมแม่เป็นชาวบ้าน ท่าอิฐ อำเภอบ้านโพ (อำเภอเมือง ในปัจจุบัน) จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาเกิดฝนแล้ง ติดต่อกันหลายปี ทำนาไม่ได้ผล จึงย้ายมาอยู่ ที่เมืองกำแพงเพชร (และน่าจะได้พบกับ พ่อของท่านเจ้าประคุณ สมเด็จ ฯ(โต) ณ เมืองนี้) พอตั้งท้อง ก็ได้ไปอยู่กับยาย ที่เรือนแพหน้าวัดไก่จ้น และวัดสะตือ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่งุดเมื่อคลอดเด็กชายโตแล้ว ขณะยังนอนเบาะอยู่ก็ได้ย้ายไป อยู่บริเวณ วัดไชโย ใน จังหวัด อ่างทอง ระยะหนึ่ง ต่อมามารดา ก็ได้ย้ายไปตั้งถิ่นฐาน ไปอยู่ที่ตำบล บางขุนพรหม กรุงเทพฯ และสอนยืนได้ ที่บริเวณ ตำบลบางขุนพรหมนี้

เมื่อโตขึ้นแม่ได้มอบตัว ให้เป็นศิษย์ของ ท่านเจ้าคุณอรัญญิก เจ้าอาวาส วัดอินทรวิหาร เพื่อศึกษา อักขรสมัย เมื่ออายุ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปีวอก พ.ศ.2342 โดยมีพระบวรวิริยเถระ(อยู่) เจ้าอาวาสวัด บางลำภูบน (วัดสังเวชวิศยาราม-ปัจจุบัน) เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบรรพชาแล้ว ได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ ณ วัดอินทรวิหาร จนหมดความรู้ ของครูอาจารย์ มีความประสงค์ ที่จะศึกษาภาษาบาลีต่อ ท่านเจ้าคุณอรัญญิกจึงได้นำไป ฝากอยู่กับ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(นาค เปรียญเอก) วัดระฆังโฆสิตาราม สามเณรโต เป็นผู้มีความวิริยะ อุตสาหะในการศึกษา เป็นอย่างดี มีวัตรปฏิบัติที่งดงามน่าเลื่อมใส จนปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ทรงโปรดปรานมาก ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้พระราชทาน เรือกราบกัญญา หลังคากระแชง ให้ท่านไว้ใช้สอยตามอัธยาศัย เมื่ออายุ 20 ปี ตรงกับปีเถาะ พ.ศ.2350 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นนาคหลวง อุปสมบท ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) โดยมีสมเด็จพระสังฆราช(สุก) วัดมหาธาตุ เป็นพระอุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า "พฺรหฺมรํสี" และเรียกว่า มหาโต ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สมณศักดิ์ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ไม่ติดในยศศักดิ์ ได้ปฏิเสธเรื่อยมา จนกระทั่งไม่สามารถ หลีกได้จึงจำใจยอมรับ - เป็นพระธรรมกิตติ สถาปนาพร้อมกับ ตำแหน่งเจ้า อาวาสวัด ระฆังโฆสิตาราม โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีชวด พ.ศ.2395 ขณะอายุ 65 ปี
- เป็นพระเทพกวี เมื่อปีขาล พ.ศ. 2397
- เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)
สถาปนาในคราวสมเด็จพระพุฒาจารย์(สน) วัดสระเกศมรณภาพลง ซึ่งตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด พ.ศ.2407 นับเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ รูปที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปีที่ 5 แห่งแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) ได้ไปดูงานก่อสร้างพระโต วัดบางขุนพรหมใน(วัดอินทรวิหารปัจจุบัน) ได้มรณภาพ ที่บนศาลาการเปรียญ วัดบางขุนพรหมใน ด้วยโรคลมปัจจุบัน เมื่อวันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2415 ตรงกับ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 (ต้น) ปีวอก จัตวาศก จุลศักราช 1234 เวลา 24.00 น. คิดทด หักเดือน ตามอายุโหราจารย์ ตามสุริยคตินิยม จึงเป็นสิริอายุรวม 84 ปี พรรษา 64
................................................................................................................................................................................................................................................................

สมเด็จโตวัดระฆัง
สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)

somdajto.jpg (29502 bytes)

            สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรสี) มีประวัติเป็นที่ประทับใจประชาชนคนไทยอย่างไรเห็นจะไม่ต้องพูดกัน เพราะหลายท่านทราบกันดีอยู่แล้วในกิตติศัพท์อันเลื่องลือของ "สมเด็จโต" โดยที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรสี) ได้เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามเมื่อ พ.ศ. 2395 และวัดระฆังเป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ชาวบางกอ น้อยจึงถือท่านเป็นเสมือนเพชรประดับในเรือนใจของชาวบางกอกน้อย
            วันที่ 15 ตุลาคม 2538 เป็นวันที่เขตบางกอกน้อยมีอายุครบ 80 ปี ผู้เขียนจึงขอเชิญประวัติและอภินิหารของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรสี) ตามที่ได้มีตำนานเล่าขานกันมา มาเรียบเรียงไว้ในหนังสือ "80 ปี เขตบางกอกน้อย" โดยหวังให้เป็นมูลสำหรับอนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้สืบไป

ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรสี)

ชาตะ วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 ตรงกับเดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จ.ศ. 1150 เวลา พระบิณฑบาต 06.45 น. (ย่ำรุ่ง 9 บาท ) มารดาชื่อ งุด เกศ บิดาไม่ปรากฏแน่ชัด(บางแห่ง อ้างว่าเป็นราชวงศ์จักกรี) บวชเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ 13 ปี ณ วัดใหญ่เมืองพิจิตร ต่อมาย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ เมือง ชัยนาทพออายุได้ 18 ปี ก็ย้ายมาศึกษากับอาจารย์แก้ว วัดบางลำพู กรุงเทพฯ และยังได้ ศึกษาพระปริยัติธรรมกับเสมียนตราด้วง ขุนพรมเสนา ปลัดเสนา ปลัดกรมนุท เสมียนบุญ และพระกระแสร์ต่อมาได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอดิศร สุนทร พระ บรมโอรสาธิราชให้ทรงโปรดมาอยู่กับสมเด็จพระสังฆราช วัดมหาธาตุ บวชเป็นพระภิกษุ พอถึง พ.ศ. 2351 อายุ 21 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าพระบรมราชโอรสทรงรับภาระบรรพชาเป็น นาคหลวงโดยให้ไปบวชที่วัดตะไกร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งโยมแม่และญาติมีภูมิลำเนาอยู่ที่นั่น แล้วมาประจำอยู่กับพระสังฆราชวัดมหาธาตุต่อไปเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 สวรรคตลง เจ้าฟ้าทูลกระหม่อม ซึ่ง บวชตลอดรัชกาลที่ 3 ที่วัดบวรฯ ก็ลาสิขาบทขึ้นเสวยราชย์เป็นรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จัก กรี ก็ได้ทรงมีพระบรมราชโองการให้เป็น "พระธรรมกิตติ" ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด ระฆัง เมื่อ พ.ศ. 2395 ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ไม่นาน พอถึง พ.ศ. 2397 ก็โปรด เกล้าฯ ให้เป็น "พระเทพกวี" ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2407 ก็โปรดเกล้าฯ ให้เป็น "สมเด็จพระ พุฒาจารย์" ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปเรียกกันว่า "สมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆัง" เรียกไปเรียกมา เหลือเพียง "สมเด็จโต" ในทีสุด ขณะที่โปรดเกล้าฯ เป็นสมเด็จนั้น มีอายุได้ 78 ปี อายุ พรรษาได้ 56 พรรษาแล้ว มรณภาพ สมเด็จโต จะอาพาธด้วยโรคอะไรไม่ปรากฏ มรณภาพเมื่อวันเสาร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 (ต้น) ปีวอก จ.ศ. 1234 ตรงกับวันที่ 22 มิถุนายน 2415 เวลาประมาณ 24.00 น.เศษ บนศาลา ใหญ่วัดอินวรวิหาร บางขุนพรหม สรุป สมเด็จโตมีสิริรวมชนมายุของท่านได้ 85 ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ได้ 20 ปี บริบูรณ์ ดำรงฐานันดรศักดิ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตมาได้ 7 ปี เศษ 65 พรรษา สมเด็จโตทรงถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเปํนที่ยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางตรงและทางอ้อมทุกประการ

อัจฉริยะและภูมิปัญญา

             ท่านสมเด็จโตนั้น เป็นคนที่เกิดอายุได้ 5 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 5 มีแม่เป็นชาวบ้านธรรมดา ชื่อใดนั้นตามประวัติหลายต่อหลายเล่มมิได้กล่าวอ้าง สมเด็จท่านเป็นคนอัจฉริยะภูมิปัญญาแตกฉาน ตั้งแต่เด็จโตขึ้นบวชเณรก็มีผู้อุปถัมภ์ค้ำชูมาโดตลอด ไม่เคยยุ่งเกี่ยวทางด้านโลกีย์ หญิงใด ๆ มาชอบพอไม่เคยสน เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย มักไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ชอบดู เหตุผล ชอบคิดวิเคราะห์สติปัญญาจึงแตกฉาน พอโตขึ้นมาอายุได้ครบบวชเป็นพร ท่านก็บวชสละเณรเปลี่ยนบวชเป็นพระต่อไปเลย การบวชเป็นพระนั้นเป็นที่ฮือฮาชอบพอรักใคร่ของผู้หลักผู้ใหญ่จนถึงกษัตริย์ จัดเป็นนาคหลวง เมื่อบวชเป็นพระเสร็จ ท่านได้เที่ยวสัญจรไปมาตามที่ต่าง ๆ ตามนิสัยของท่านที่ของค้นคว้าหาความรู้จึงมุ่งศึกษาหาอาจารย์ต่าง ๆ ที่คงแก่เรียนด้านวิปัสสนากรรมฐานสมถะ จากอาจารย์ต่าง ๆ ของเดินธุดงค์พงไพรไป ขณะนั้นยศของท่านยังไม่ได้ยศเป็นสมเด็จ เป็นพระธรรมดา อาศัยท่านแตกฉานด้านปัญญา พระไตรปิฎกท่านรู้อย่างดี จิตใจท่านมุ่งแต่บูชาพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ท่านจึงริเริ่มสร้างพระขึ้นมา สมัยที่ขณะนั้นยศยังไม่ได้เป็นสมเด็จ ท่านสร้างขึ้นตามใจของท่าน รูปแบบพิมพ์พระสมเด็จที่ท่านสร้างตอนนั้น มิใช่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรากำลังแสวงหาพระสมเด็จกัน รูปทรงพิมพ์สมเด็จขณะนั้นเป็นรูปคดหอย จับผงมาปั้นเป็นก้อน ๆ ยาว ๆ แล้วก็วนเป็น คดหอย ปลุกเสกแจกชาวบ้าน บางพิมพ์ก็เป็นรูปปูก็มี เป็นรูปต่าง ๆ ก็มีแสดงให้เห็นว่า ท่านสมเด็จเริ่มสร้างพระสมเด็จตั้งแต่ยังไม่ได้ยศสมเด็จจากในหลวงแต่งตั้ง วัดที่ท่านได้ไปอยู่ก็หลายต่อหลายวัด แต่ในที่นี้เราจะเอาเฉพาะวัดที่สำคัญในตระกูลพระสมเด็จที่เล่นกันอยู่ นั่นคือ วัดเกศไชโย วัดบางขุนพรหม และวัดระฆัง ทั้งสามวัดนี้ ท่านได้สร้างพระสมเด็จขึ้นมาจนทุกวันนี้เราก็ต่างเสาะแสวงหากันอยู่ การสร้างนั้นท่านสมเด็จจะปลุกเสกเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว เพราะฉะนั้นพลังจิตในพระสมเด็จทุกรุ่นทุกพิมพ์จึงเป็นพลังจิตของท่าน

            หลังจากที่ท่านได้ร่ำเรียนจนสำเร็จวิปัสสนาญาณกรรมฐานชั้นสูง ท่านก็ได้มีอาจารย์อยู่คนหนึ่ง อาจารย์คนนั้นท่านผู้อ่านอาจจะนึกเดาถูก นั่นคือ สมเด็จพระสังฆราชสุกไก่เถื่อน เหตุที่เรียกว่าสังฆราชสุกไก่เถื่อน เพราะมีไก่ป่า ท่านสังฆราชเอามาเลี้ยงจนเชื่องเล่นกันได้ จึงได้ฉายาว่าสังฆราชสุกไก่เถื่อน พระสังฆราชนั้นเป็นอาจารย์ของสมเด็จโต พร่ำสอนวิชาต่าง ๆ ให้จนสมเด็จโตเก่งแตกฉานทุกอย่าง สม้ยนั้นสมเด็จพระสังฉราชสุกไก่เถื่อนได้สร้างพระสมเด็จวัดพลับขึ้นมาปลุกเสกเอง ซึ่งสมเด็จโตก็รู้ จากนั้นมาไม่นาน ท่านสมเด็จโตก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆัง จากการที่ได้รับยศเป็นถึงสมเด็จนั้น ท่านจำไจยอมรับ เพราะตอนนั้นในหลวงเป็นเจ้าฟ้า ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฟ้านั้นปกคลุมพื้นดินไปหมด จะหนีฟ้าก็ไม่พ้น แต่ถ้าเป็นเจ้าแผ่นดินสมเด็จโตท่านมีความรู้ย่อมหนีพ้นจึงไม่รับยศ หนีออกนอกแผ่นดิน โดยเดินธุดงค์ไปหลายเดือนเพื่อหนียศ แต่นี่กษัตริย์เป็นยศถึงเจ้าฟ้าไม่พ้นจึงจำใจรับยศสมเด็จ และเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่นั้นมา ขณะนั้นเองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่แปลกแหวกแนวพิสดารมากมายตลกขบขันก็มีเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาทิเช่น มีฝรั่งต่างชาติรู้ข่าวว่าท่านสมเด็จโตเก่งอัจฉริยะ จึงลองภูมิปัญญาท่านสมเด็จโตว่า "จุดศูนย์กลางของโลกอยู่ตรงไหน?" ท่านสมเด็จตอบฝรั่งไปว่า "จุดศูนย์กลางของโลกนั้นอยู่ทุกหนทุกแห่งบนพื้นผิวโลก ไม่ว่าฉันจะไปยืน ณ ที่ใดตรงนั้นคือจุดศูนย์กลางของโลก " ฝรั่งถามว่า ท่านพิสูจน์ให้เห็นได้ไหม ? ท่านสมเด็จตอบว่า "ฉันพิสูจน์ได้แล้วท่านจะว่าอย่างไร "ฝรั่งไม่ตอบ จากนั้นสมเด็จโตก็ถือตาลปัตรมือหยิบสายสิญจน์แทนเชือก เอาสายสิญจน์ผูกที่ตาลปัตรเอาตาลปัตรปักดินแลังดึงเชือกสายสิญจน์ให้ตึงกางออก ใช้ปลายนิ้วแทนดินสอ จากนั้นก็ลากลงบนพื้นดินเป็นวงกลม ท่านสมเด็จบอกว่า วงกลมคือโลก เพราะฉะนั้นฉันยืนอยู่จุดศูนย์กลางของโลกตรงจุดที่ตาลปัตรปักดินนั้นแหละ เมื่อเป็นเช่นนี้ฝรั่งยอ